แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อิ่ม อร่อย สุพรรณยกโคตร วางไลน์ กินรายได้ทั้งรายหัว รายเดี่ยว รายตรง

สำหรับเหตุผลที่จะผลักดันให้บุตรชายเข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรี เนื่องจากตนเองเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 ครั้ง และต้องการเห็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำงานบ้าง แต่คงต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคชาติไทยพัฒนาจะพิจารณา อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการหารือกับหัวหน้าพรรค และมั่นใจว่าบุตรชายจะสามารถทำหน้าที่รัฐมนตรีได้ และแม้ตนจะลาออกจากรัฐมนตรีแล้ว แต่ก็ยังทำหน้าที่เป็น ส.ส.และที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป

พล.ต.สนั่น แสดงความเห็นว่า ในขณะนี้รัฐบาลยังคงสามารถทำหน้าที่บริหารประเทศต่อไปได้ เพราะมีผลงานให้เห็นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพียงแต่อาจจะติดขัดจากปัญหาทางการเมืองอยู่บ้าง
++++++++++++++++++++
ไม่เห็นด้วย ที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี หลังการปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชายเป็นรัฐมนตรีแทน
"การที่ พล.ต.สนั่น ประกาศจะวางมือ แล้วให้ลูกชายมารับช่วงแทน ทำให้มองว่า การเมืองเป็นมรดกพินัยกรรม พล.ต.สนั่น ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป หากจะสนับสนุนให้ลูกชายเป็นรัฐมนตรี ก็ควรรอหลังการเลือกตั้งสมัยหน้าจะเหมาะสมกว่า
+++++++++++++++++++++++++
อย่าลืมผลงานของรมว.กก คนเดินนี้เป็นอันขาด ว่าฮอตขนาดไหน เพราะเป็นฮอตไลน์สายตรงจากหอบรรหารคอยแจ่มใส ณ สุ1000-Buri …………..มันมีความเดิม ตามท้องเรื่องพัวพันกะเด็ก ททท.อยู่ละก๊า
บอร์ดททท.เมินกมธ.ท่องเที่ยว เรื่องที่ไม่จบ รึว่า Never Ending Story .y.y.y..y เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2552พลันที่หนังสือพิมพ์มติชน ตีพิมพ์ข่าวพาดหัวหน้าเศรษฐกิจ
“บอร์ด ททท. เมินเสียง กมธ.ท่องเที่ยว แนะชะลอโยกย้ายระดับบิ๊ก”
เฉกเช่นหนังสือพิมพ์ เอเอสทีวี.ผู้จัดการ พาดหัวข่าวเซคชั่นเศรษฐกิจว่า “ ชุมพลซุกคำสั่ง กมธ. ยับยั้งมติบอร์ด ททท.”
//**// สรุปหนังสือชะลอและยับยั้งการดำเนินการตามมติคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหาร ททท. ว่า

1. การแต่งตั้งผู้บริหารส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของบุคลากรและองค์กร โดยมีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ส่งผลให้การส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวมีอุปสรรค
2. จึงมีมติให้ชะลอและยับยั้งการแต่งตั้งผู้บริหาร ททท.ไว้ก่อน เพื่อ ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ และ
3. เพื่อสร้างความเข้าใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาดำเนินการตาม ครรลองหลักการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป
วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ภายใต้อุ้งเท้าของพรรคชาติไทยพัฒนา of นายบรรหาร ศิลปอาชา
× อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หนังสือคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวแห่งวุฒิสภาที่ลงนามโดยนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมาธิการและวุฒิสมาชิกเลือกตั้งจากจังหวัดภูเก็ต
 ถูกส่งผ่านเข้ามือของนายยุทธพล อังกินันท์ ( ลูกชายของนายยุทธ อังกินันท์ อดีตรัฐมนตรีและผู้แทนราษฎรและนางบุปผา อังกินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเพชรบุรี และแกนนำของพรรคชาติไทยพัฒนา)
 ก่อนที่นายยุทธพลจะบันทึกเสนอต่อนาย ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะประธานบอร์ด ททท.
 ความว่า**ฯพณฯรมว.กก.มีบัญชาส่ง คกก.ททท.พิจารณาและแจ้งผลให้ทราบด้วยลงวันที่ 21 ตุลาคม 2552
× **เป็นหนังสือที่นายประเสริฐ วรพิทักษ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและคณะร้องขอความ เป็นธรรมจากคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวแห่งวุฒิสภา เพราะเห็นว่า

A. - ไม่น่าจะพึ่งพาอาศัยความเป็นธรรมได้จากคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ของสภาผู้แทนราษฎรที่.........มีนายทศพร เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตเป็นรองประธานกรรมาธิการ
ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า สาระสำคัญของหนังสือที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งไปมีทั้งสิ้น 3 ประเด็นหลัก นั่นคือ

1) ประเด็น ที่หนึ่ง การผลักดันท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น มีความคืบหน้าเพียงใดและใส่ใจในการดำเนินการแค่ไหน เพราะรัฐบาลมอบอำนาจการตัดสินใจให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเป็นผู้กำหนดนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศแต่เพียงลำพัง ทั้งนี้การเป็นวาระแห่งชาติจะต้องมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆมากมาย

2) ประเด็นที่สอง ความล่าช้าของการสรรหาผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีผลกระทบต่อการดำเนินงานตามภารกิจของ ททท.ได้ไม่ตามเป้าหมาย เนื่องจากขาดผู้นำและส่งผลเสียต่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยกับนานาประเทศ

3) ประเด็นที่สาม การแต่งตั้งและโยกย้ายนายอักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้านสินค้าการท่องเที่ยว (ว่าที่ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคนใหม่ในตอนนั้น) ตามมติบอร์ดให้ขึ้นเป็นที่ปรึกษา 11 มีนัยแอบแฝงและมีการแทรกแซงทางการเมืองเพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณเป็น ไปโดยเบ็ดเสร็จ โดยให้นายอักกพล พฤกษะวัน พ้นทางการจัดการด้านงบประมาณเพราะตำแหน่งรองผู้ว่าการฯด้านสินค้าการท่องเที่ยว จะมีบทบาทด้านการใช้งบประมาณด้วย เมื่อไม่มีนายอักกพล อำนาจทั้งหมดจะอยู่ในกำมือรักษาการผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

4. ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า งบประมาณด้านการทำตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในแต่ละปี มีจำนวนมหาศาลนับพันล้านบาท ทั้งงบประมาณทางตรงและงบแอบแฝง
ย่อมเป็นที่ติดตาต้องใจของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่อยากจะเข้ามาแสวงหา

 -- เพียงแค่การฉกฉวยการพิมพ์หนังสือเพื่อแจกจ่ายไปยังสำนักงานต่างประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปีละนับร้อยล้านบาท หากสามารถเอาโรงพิมพ์ของตัวเองและพวกพ้องเข้าไปสวาปาม แค่นั่งกินนอนกินหัวคิวร้อยละ 30 นั่นเท่ากับว่าจะมีเงินใช้จ่ายในการเลือกตั้งหนหน้าได้อย่างสบาย

5. ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า การคืบคลานเข้ามาในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มีการวางตัวเอาไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
นั่นคือมีการวางตัวให้
- นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- วางตัวนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ลูกสาวคนโปรดของนายบรรหาร ที่ถูกวางตัวเอาไว้ให้เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาคนถัดไป เป็นผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ
- วางตัวนายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

- แถมนายบรรหาร ศิลปอาชา ยังมีการวางตัวเอง เป็นนายกสภาสถาบันพลศึกษา เพื่อคุมสถาบันพลศึกษาทั่วประเทศและคุมงบประมาณของสถาบันพลศึกษาทั้งหมด
หาเพียงแต่เท่านั้นไม่
- ยังยอมแบ่งส่วนให้พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ในฐานะหุ้นส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา เข้าผลักดันนายอรรคพล สรสุชาติ ซึ่งเป็นคนสนิทติดสอยห้อยตามพลตรีสนั่นมาตลอด คุม สปปน. เพื่อควบคุมการจัดประชุมและนิทรรศการอันเป็นองค์กรมหาชน
- โดยส่งนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ อดีต รองอธิบดีกรมพลศึกษาที่มีความสนิทสนมกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ถึงขนาดอดีตทุกวันเสาร์จะต้องไปราชการเพื่อหารือข้อราชการกับนายบรรหารที่ สุพรรณบุรี มาเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

- หาเพียงแต่เท่านั้นไม่ยังส่ง นายสมบัติ ครุภัณฑ์ อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยพลศึกษาสุพรรณบุรี เข้ามาคุมสำนักงานพัฒนาการกีฬาและ นันทนาการซึ่งคุมงบประมาณการกีฬาในส่วนของสมัครเล่น และ
- ส่งนาย กนกพันธ์ จุลเกษม อดีตอุปนายกสมาคมแฮนด์บอลแห่งประเทศไทยคนสนิทของนายสมบัติเข้ามาเป็นผู้ว่า การการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อคุมงบประมาณด้านกีฬาอาชีพทั้งระบบ

- แถมยังส่ง นายเสกสรร นาควงศ์ มือขวาคนสนิทอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรีและอดีตผู้อำนวยการ วิทยาลัยพลศึกษาสุพรรณบุรีเข้ามาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว หนำซ้ำให้รักษาการปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทุกครั้ง แถมเมียของนายเสกสรรยังเป็นผู้อำนวยการสถาบันพลศึกษาสุพรรณบุรี

- นั่นเท่ากับว่า วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ภายใต้อุ้งเท้าของพรรคชาติไทยพัฒนาที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา เข้ามาล้วงลูกกำกับโดยตรง
-- อย่าไปแปลกใจหากงบประมาณด้านการท่องเที่ยวจะไม่โผล่มาลงที่ภูเก็ต แม้นว่า
1) ภูเก็ตจะมีนางอัญชลี เทพบุตร แกนนำในฐานะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองสายนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ,นายทศพร เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาสภาผู้แทนราษฎร

- อย่าแปลกใจไปว่างบประมาณด้านการท่องเที่ยวและกีฬาไม่โผล่มาลงที่ภูเก็ต
2) แม้นว่า ภูเก็ตจะมีนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย วุฒิสมาชิกเลือกตั้งเป็นประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยวแห่งวุฒิสภา และร้อยโทภูมิศักดิ์ หงส์หยก วุฒิสมาชิกสรรหาเป็นรองประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยวแห่งวุฒิสภา………….นั่นเท่ากับว่า
นายบรรหาร ศิลปอาชา เจ้าของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่แยแส ไม่เห็นหัว และไม่ให้ราคาค่างวดต่อ 4 นักการเมืองจังหวัดภูเก็ตที่มีบทบาทในรัฐบาลและในรัฐสภา แม้แต่นิดเดียว อย่าว่ากระไรเลย ไหนเลยมันจะเห็นหัวพนักงาน แล้วยังจะไปเลียขนมังกรมันอี๊กกกก
มีลูกอายลูกมีหลานอายหลาน ขอให้มันหูหนวกปากเบี้ยวตาบอดละกันจะได้ไม่ต้องเห็นลิ้นบรรพบุรุษมันลงยาทาชแล็คแถมขนติดด้วยยยยย

3) **ไม่ให้ราคาถึงขั้นที่..
 .ไม่ยอมเอาหนังสือของนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยวแห่งวุฒิสภาที่ลงนามตามมติของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวแห่งวุฒิสภาทั้งคณะ เข้าสู่ที่ประชุมของบอร์ดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
 ทั้งที่นายยุทธพล อังกินันท์ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคชาติไทยพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี มีหนังสืออ้างบัญชาของนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หากเฟ้นค้นงบประมาณด้านการท่องเที่ยวและกีฬาที่นอกเหนือจากงบประมาณแล้ว แทบจะเรียกได้ว่า งบไทยเข้มแข็งไม่มีโผล่ลงมาพัฒนาภูเก็ตแม้กระทั่งจะส่งเสริมด้านการตลาดให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
 เสมือนหนึ่งชาวภูเก็ตทั้งจังหวัดไม่อยู่ในสายตาของพรรคชาติไทยพัฒนาและนายบรรหาร ศิลปอาชา แม้นว่าในอดีตจังหวัดภูเก็ตจะเคยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคชาติไทยนามเรวุฒิ จินดาพล ประดับพรรคชาติไทยก็ตาม

 วันนี้ประธานและรองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวแห่งวุฒิสภา ที่มาจากวุฒิสมาชิกเลือกตั้งและสรรหาจากจังหวัดภูเก็ต ไร้น้ำยา ราดขนมจีน( คงเหลือแค่ น้ำซีอิ้วก้นขวดราดขนมจีนแทนน้ำยา )
 ทั้งที่สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาในเรื่องนี้ โดยตั้งรองประธานกรรมาธิการคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่

 ฤๅ วันนี้ รองประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งสภาผู้แทนราษฎรที่คนภูเก็ตเท คะแนนเสียงให้เข้าไปทำหน้าที่ปากเสียงในสภาผู้แทนราษฎรจะไร้น้ำยา น้ำพริก กระทั่งน้ำซีอิ้วคลุกขนมจีน
ชาวบ้าน ภาคเอกชน และนักลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตจะหวังพึ่งอะไร
นอกจากไปจุดธูปขอท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร...หลวงพ่อแช่ม...เพื่อให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตแทนที่จะไปนั่งรอผู้ทรงเกียรติทั้งสี่แห่งรัฐสภาและรัฐบาล กระมัง?

** ย้ำนายบรรหาร ศิลปอาชา เจ้าของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่เห็นหัว และไม่ให้ราคาค่างวดต่อ 4 นักการเมืองจังหวัดภูเก็ตที่มีบทบาทในรัฐบาลและในรัฐสภา แม้แต่นิดเดียว อย่าว่ากระไรเลย ไหนเลยมันจะมาแยแส รึเห็นหัวพนักงาน
แล้วยังจะไปเลียขนมังกรมันอี๊กกกก ………..มีลูกอายลูกมีหลานอายหลาน ขอให้มันหูหนวกปากเบี้ยวตาบอดละกันจะได้ไม่ต้องเห็นลิ้นบรรพบุรุษมันลงยาทาชแล็คแถมขนติดด้วยยยยย
=ช่วยตอบบรรยากาศการหายใจใต้อุ้งตีน.......ว่าหายใจสะดวกดี ไหม(นอกจากแสบลิ้นที่ทั้งเลีย ทั้งโก่งคอหอนรับแล้ว) ร่างกายปกติดีหรือ ( อ้อ ยกเว้นเรื่อง กระเป๋าและ statement เมีย-กิ๊ก ที่ปรี่แล้ว ที่เหลือมันสัญญาลมปากโว้ย)
• กลิ่นอายและรสชาติถ้อยคำของผู้มีความจริงใจ จะผิดกับกลิ่นอายของผู้ไม่จริงใจ มีแต่มารยา วิชาการ ผิดกันราวกับฟ้าและเหว
• ขอเพียงพวกท่านมีความจริงใจ มีความเป็นธรรมชาติ
• ท่านจะได้เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นลูกหลานของชาวศากยะ ดูอย่างพระพุทธเจ้าเป็นที่รักของเทวดาพรหม มาร เปรต และอสุรกาย ทรงยิ่งใหญ่ในหัวใจของทุกคนและของตัวเอง

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กรณีสำคัญที่ต้องถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งวงการท่องเที่ยวไทย

กรณีสำคัญที่ต้องถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งวงการท่องเที่ยวไทยอีกครั้งหนึ่ง หลังเหตุการณ์ของสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ไม่อาจทนรอความตายได้อีกต่อไป หลังจากเมื่อกลางปี52ที่พากันยกขบวนไปพบ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอร้องให้เข้ามานั่งหัวโต๊ะเมื่อมีการประชุมวาระแห่งชาติว่าด้วยเรื่องการท่องเที่ยว คู่กับ ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อย่างน้อย 2-3 เดือนครั้งก็ยังดี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีจะได้รับทราบปัญหาต่างๆ ของธุรกิจการท่องเที่ยว และสามารถสั่งการแก้ปัญหาได้อย่างฉับไว เพราะที่ผ่านมางานทุกอย่างเกิดความล่าช้าเนื่องจากตัวของรัฐมนตรีเองที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ

นัยว่าน่าเห็นใจผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่โดนผลกระทบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ และโรคระบาด ก้อจริงยู้ แต่บางรายก้อไม่น่าเห็นใจร๊อก เพราะมีพฤติการณ์เห็นแก่ได้เอารัดเอาเปรียบ ไม่เห็นหัวคนไทย ยามยากก้อบากหน้าเรียกร้องให้มาเที่ยว( คนไทยเบื่ออ่ะ)

ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่สุขภาพไม่ดีของรัฐมนตรีเองหรือเปล่า คนเราลองสุขภาพไม่ดีเสียแล้ว สมองคงสั่งการได้ไม่เต็มร้อย เผลอๆ ต้องอาศัย “การสุมหัว” จากคนใกล้ชิดมาช่วยวางแผนให้ ว่าควรจะทำอะไรบ้างไปวันๆ
อาจเป็นเพราะDNAไม่เหมาะกับงาน หรือ มีสายบังเหียนบังคับตรงมาจนไม่อยากเข้ามายุ่งล่ะ คิดแล้วก็อยากป่วยอยู่

เมื่อคราวที่บรรดาสหภาพแรงงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปถือป้ายไล่ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานบอร์ด ททท.ออกจากตำแหน่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา มองดูแผงบริหารไหงหน้าตาแปลก เช่น วันนั้น มี
1. พี่วีประธานบอร์ด
2. รัฐมนตรีว่ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา(เหงาๆ)
แล้วยังยังมีตระกูลม้ายกมาบังคับบัญชาหน้าตาเฉยๆๆๆๆๆ อาทิ
3. ขาเก๋าบรรหาร ศิลปอาชา (ที่ชอบเรียกตัวเองว่าและให้คนอื่นขานเรียกว๊า.นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 แทนคำว่าอดีตนายกรัฐมนตรี)
4. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา นี่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ชำนาญการระดับไหน ใครตั้ง (ถามป้อ)ลูกสาวของบรรหารรวมอยู่ที่นั่นด้วย
มันงงๆว่าเป็นที่มั่นของตระกูลตั้งกะเมื่อไหร่ แล้วใครอนุญาติให้มาหากิน เอ๊ย มาทำงง ทำง่าน ที่นี่
เอ หรือมันเป็นกระทรวงการศิลปอาชาเพื่อการท่องเที่ยวสุพรรณ
อ๊ายอาย
คือที่มั่น ที่มัน ที่หา .... ตั้งตนเป็นเจ้าของกระทรวงซะเลย
อ้อ ตอนนี้ พ่อตั้งให้ลูกเป็นที่ปรึกษาผ่านน้าชาย(ตอบอะไรได้มั่งล่ะ ฮุฮุ)

เอ๊า ข้อคิด
1. ไม่สามารถครองใจคนในให้อยู่ และชนะใจคนนอกก็ไม่ได้...อยู่ไปก็ลำบาก
2. ขนาดพนักงาน ที่มีบุคลิกเรียบร้อย ร้อยวันพันปีไม่เคยเคลื่อนไหวอะไร ยังทนไม่ได้ ต้องออกมาเรียกร้องไล่ “คนที่ไม่เกี่ยวข้อง” ออกไปให้พ้นๆ
3. กระทรวงทำอะไรอยู่อย่าสร้างส้วมต่อไปเลยสู้ส้วมวัดก็ไม่ได้ (แบบนี้อย่าหาเรื่องไปโอน-ส้วมมาเป็นของตัวนะ)
4. ปากผู้บริหารระดับรัฐมนตรี ที่ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนว่าทนไม่ได้ที่ “มีคนนอก”( ครือคนนอกพวกตน)มาดึงงบประมาณไปเป็นประโยชน์เฉพาะพวกตน
5.บรรหาร ศิลปอาชา ตอบโต้ว่าไม่จริง ไม่เคยดึงงบ ททท.ไปลงสุพรรณบุรี
6. หลังจากนั้นไม่กี่วัน สภาพัฒน์ก็ส่ง “ใบเสร็จ” มาให้ดูว่ามีการโอนงบประมาณการทำห้องน้ำตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ รวม 10 แห่ง จำนวน 28 ล้านบาท ไปเป็นงบปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าศาลหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ซะฉิบ
7. หลักฐานชี้ชัดแบบนี้จะให้แก้ตัวอย่างไรกันดี ผู้รู้โปรดแนะ????

ที่ตอนนี้ต่างประเทศที่เป็นคู่แข่งขันก็คงจะยิ้มจนแก้มปริและโกยนักท่องเที่ยวเข้าประเทศในช่วงเวลาที่รัฐมนตรีท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังพาหลานลูกพี่เที่ยว

ท่องเที่ยวอันดามันกลับมา

Andaman Travel Trade……………ลองสรุปความเห็นต่อภาพรวม
1. ท่องเที่ยวอันดามันกลับมา
1.1 ข่าวและความเห็นกว้างๆ มักได้ข้อมูลว่าการท่องเที่ยวปีนี้แย่กว่าปี2551
1.2 เมื่อ*วิเคราะห์หลายด้านแล้ว ภูเก็ต*ปีนี้ น่าจะทำได้ดีกว่าที่อื่นในประเทศไทยมาก
 เรื่องราวที่ไม่เป็นบวกไม่อวยต่อเรื่องการท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยไม่น่าพึงพอใจและยากที่จะเข้าใจได้ตั้งแต่ต้น 2551 ได้แก่
1) การเมืองไม่นิ่ง
2) การปิดสนามบิน
3) การบุกถล่มที่ประชุมอาเซี่ยน
4) การก่อกวนความสงบกลางกรุง
5) การสร้างกระแส และก่อกวนระยะไกล
6) การทะเลาะวิวาท
7) เรื่องประท้วง(จริงและการเมือง)กันมากมายในประเทศ
8) โรคหวัด 2009
 สิ่งที่เป็นการสร้างความมั่นใจทำให้ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เป็นสิ่งที่ภูเก็ตทำได้ดี คือ
1) การร่วมกันเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียนที่ภูเก็ต
2) การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน รัฐมนตรีศึกษาอาเซียน :ล้วนเป็นงานระดับโลกทั้งสิ้น ซึ่งทำให้เห็นว่าภูเก็ตสามารถสร้างความมั่นใจในจุดนี้ได้ดี
 ความคุ้มค่า.นการเที่ยวเมืองไทย ทำให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่อยู่ในใจนักท่องเที่ยวความจริงก็คือความจริง

++++++++++++++++++++++

1. ผู้เปิดงาน “ดิ อันดามัน เทรเวิล เทรด 2009 ”
- นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
- นายไพบูลย์ อุปัติฤงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
- นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
- นายเมธี ตันมานะตระกูล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้
-
2. ดิ อันดามัน เทรเวิล เทรด 2009 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Andaman 3 Destinations-1,000 Activities” “ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27-29 พ.ย. 2552

3. มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวในภูเก็ตและอันดามัน รวมถึงบริษัทนำเที่ยวในต่างประเทศจากทั่วโลกเข้าร่วม’งาน
4. การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 หลังจากที่งานดังกล่าวได้เว้นช่วงไประยะหนึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ
5. ตามข่าวท้องถิ่นแจ้งว่าสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ (ททท. ??) มีแนวคิดในการจัดงานดังกล่าวขึ้นอีก โดยการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและอันดามัน
6. การจัดงาน ททท. สำนักงานต่างๆทั่วโลก (ยกเว้นอเมริการและ...........) ได้เชิญบริษัทนำเที่ยวที่เป็นตลาดหลักให้เดินทางมาพบปะกับผู้ประกอบการในภูเก็ตและอันดามัน
7. ความน่าสนใจอยู่ที่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่ไม่สามารถเดินทางไปโรดโชว์หรือส่งเสริมการขายในต่างประเทศได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลและตกลงธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในต่างประเทศ และเพื่อให้บริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศได้เห็นสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวด้วยตัวเอง
8. บริษัทบริษัท นำเที่ยว
8.1 บริษัท นำเที่ยวจากต่างประเทศที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้มี 259 ราย
8.2 บริษัทนำเที่ยวในประเทศ 26 ราย
9 ผู้ประกอบการในภูเก็ตและอันดามัน มีทั้งหมด 117 ราย แบ่งเป็น
9.1 จังหวัดภูเก็ต 72 ราย
9.2 พังงา 15ราย
9.3 กระบี่ 22 ราย
9.4 เกาะสมุย 5 ราย
9.5 เกาะพงัน 2 ราย และ
9.6 สตูล 1 ราย

10 **เป้าหมาย เพื่อ
10.1 ให้บริษัทนำเที่ยวได้เห็นถึงความคุ้มค่าในการเดินทางมาท่องเที่ยวในอันดามัน
10.2 เพื่อให้เห็นว่าที่อันดามันสามารถเลือกแหล่งท่องเที่ยวได้หลากหลาย
10.3 เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนในอันดามันนานวันขึ้นและใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
11. ภาพรวมการท่องเที่ยวของภูเก็ตในช่วงไฮชีชั่นนี้
11.1 เทียบกับปีที่แล้วถือว่านักท่องเที่ยวลดเล็กน้อย
11.2 แต่ขณะนี้เริ่มที่จะดีขึ้น และคาดว่าในปีนี้ภาพรวมอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 70% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ผู้ประกอบการพอใจในสถานการณ์ที่เป็นอยู่
11.3 ปัจจุบัน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว การเมืองในประเทศไม่วุ่นวาย ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาท่องเที่ยวเหมือนเดิม
11.4 แต่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเดิมที่มีการจองห้องพักล่วงหน้าเป็นเวลานาน แต่ปัจจุบันใช้ใช้เวลาในช่วงสั้นๆ เพื่อความมั่นใจว่าการเดินทางท่องเที่ยวจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจของตัวเองและรอดูเพ็กเก็จต่างๆ ที่ผู้ประกอบการนำเสนอเพื่อให้คุ้มค่ามากที่สุด
12. บริษัทนำเที่ยวต่างประเทศที่เข้าร่วมงานครั้งนี้มาจากทั่วโลก ยกเว้นสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ
12.1 ในส่วนของ ททท.ได้มีการส่งเสริมการขายให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอันดามันมากขึ้น
12.2 เน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีคุณภาพสูง กลุ่มประสัมมนา การจัดแสดงสินค้า การท่องเที่ยวด้านกีฬา ด้วยการออกไปทำโรดโชว์ในกลุ่มตลาดต่างๆ ดังกล่าว
12.3 ททท.เชื่อมั่นในศักยภาพของภูเก็ตว่ายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการเดินทางมาพักผ่อน และในงาน ITB ที่กำลังจะมาถึงทางททท.ได้มีการขยายพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่จะไปโรดโชว์ได้มากขึ้นด้วย

 สัญญาณการท่องเที่ยวของภูเก็ตนั้นเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากสายการบินที่มีเที่ยวบินตรงมาจากหลายเมืองในช่วงไฮซีชั่นนี้ เช่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง เป็นต้น และเชื่อว่าหลังจากผู้ประกอบการนำเที่ยวได้เห็นสินค้าทางการท่องเที่ยวของภูเก็ตและอันดามันแล้วจะพึงพอใจและส่งนักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตอย่างแน่นอน
 การจัดงานอันดามันเทเวลเทรด การสร้างประวัติศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับอันดามัน* งานอันดามันเทเวลเทรด ที่จัดขึ้นที่เซ็นทรัล ภูเก็ต
- มีเอเย่นต์ทัวร์ทั่วโลก เกือบสามร้อยราย จำนวนนับพันคน
- จุดดีคือโอกาสที่มาที่ ภูเก็ต สามารถดูด้วยตา
- มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศทีดีของบ้านอย่างภูเก็ต(กลุ่มลองสเตย์)
- สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทุกสำนักงานทั่วโลก การบินไทย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด
- ในงาน - ผู้ซื้อ พบกับผู้ขาย มีชาวต่างชาติ ต่างภาษามาเจรจาหาห้องพักให้กับนักท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ และมาช็อปปิ้งซื้อสินค้าไทย
- ที่สำคัญที่สุดคือมีผู้ซื้อจากหลายประเทศที่เขาสนใจมาภูเก็ต เช่น อินเดีย รัสเซีย ฯลฯ
รวมทั้งกระทั่งไต้หวันที่แทบหายไปตั้งแต่สึนามิ (ยังกลัวเรื่องวิญญาณ) แต่ตอนนี้ได้สื่อมวลชนต่างให้ความสนใจไปถึงเรื่องที่ต้องการทำการส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้บ้าง โดยถามว่าภูเก็ตจะทำการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ประเทศเขาได้ไหม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวภูเก็ต ศักยภาพของความเป็นสากล ที่พร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ฮิตของทั่วโลก

** ประเด็นพิจารณา
- *ต้องนำเสนอสิ่งดีๆที่*มีอยู่
- รู้จักชักชวน เชิญชวน – โฆษณา
- หาช่องทางเชิญชวนให้เขาอยากมา

ผลลัพท์จากการร่วมมือระหว่างททท. –สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ร่วมกับอบจ. เมื่อไปทำโรดโชว์ที่เซี่ยงไฮ้ มาเลเซีย และสิงคโปร์ เมื่อปี 2551 คือ...
1) ภูเก็ตมีไฟท์บินตรงจากเซี่ยวไฮ้สัปดาห์ละ 6 เที่ยว
2) การบินไทยก็จะมีบินตรงอีกในต้น2553จากประเทศจีนหลายเมือง
3) สายการบินแอร์เอเซียบินตรงจากเมดานมาภูเก็ต ตามที่ภูเก็ตเคยคาดหวังตั้งแต่จัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล ที่มีทำงานร่วมกัน
ปี 2553 หลังจากงานอันดามันฯแล้วภูเก็ตจะทำงานเชิงรุกต่อไปภูเก็ต น่าจะดีกว่านี้ เนื่องจาก ภาพความร่วมมือของทุกส่วนในจังหวัดจะเป็นพลังที่สร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชน ภาคธุรกิจมาลงทุน มาเที่ยวภูเก็ต